วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
T-REX
หากพูดถึงคำว่าไดโนเสาร์แล้ว ภาพที่จะผุดในหัวขึ้นมาก่อนสำหรับคนทั่วโลกคงจะหนีไม่พ้นไดโนเสาร์ที่โด่งดังที่สุดที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาของไดโนเสาร์ทั้งมวลอย่าง Tyrannosaurus rex หรือ T-Rex แน่ๆ และสำหรับนักสะสมฟอสซิลเองฟอสซิลที่มาจาก T-Rex ก็มักจะเป็นหนึ่งใน Holy Grail Item หรือจอกศักดิ์สิทธิ์ ที่นักสะสมฟอสซิลเกือบทุกคนมักจะโหยหาอยากมีไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นนักสะสมที่จริงจังหรือไม่จริงจังก็ตาม บทความนี้จึงขอมาทำความรู้จักไดโนเสาร์ราชาแห่งนักล่าผู้โด่งดังพันธุ์นี้ ชื่อ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ นั้นมีความหมายในภาษากรีกว่า “กิ้งก่าทรราชย์” มันเป็นไดโนเสาร์นักล่าที่โด่งดังที่สุด ในทวีปอเมริกาเหนือ ในโลกยุคก่อนที่ไดโนเสาร์จะสิ้นสุดลง พวกมันครอบครองส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือในปลายยุคครีตาเชียส ช่วงประมาณ 72 - 65 ล้านปีที่แล้ว และเป็นไดโนเสาร์พันธุ์ Tyrannosaur ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปในช่วงสิ้นสุดของยุคไดโนเสาร์ ที่เกิดจากการที่อุกาบาตยักษ์ได้พุ่งชนโลก และทำลายล้างสิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดบนโลก ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจาก ที-เร็กซ์ แล้ว ยังมีไดโนเสาร์นักล่าขนาดยักษ์ที่อยู่ในกลุ่ม Tyrannosaur ที่เป็นกลุ่มเดียวกับมันอาศัยอยู่ในส่วนอื่นๆ ของโลกด้วย อย่างเช่น แอลเบอตาซอรัส (Albertosaurus) ในแคนาดา และทาโบซอรัส (Tarbosaurus หรือ Tyrannosaurus Bataar) ในมองโกเลีย อย่างไรก็ตาม ไดโนเสาร์นักล่าเหล่านี้ ก็ยังคงมีขนาดเล็กและบอบบางกว่า ที-เร็กซ์
ฟอสซิลของ ที-เร็กซ์ นั้นถูกขุดพบครั้งแรกที่รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1892 โดยนักบรรพชีวินวิทยา Edward Drinker และ Othniel C. Marsh (หนึ่งในนักล่าฟอสซิลไดโนเสาร์ผู้โด่งดังใน Bone Wars) และในปี ค.ส. 1905 มันก็ได้ถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ไทรันโนซอรัส เร็กซ์” โดย Barnum Brown แห่ง American Museum of Natural History
ที-เร็กซ์ เป็นไดโนเสาร์นักล่าที่มีขนาดน้ำหนักราวๆ 6-7 ตัน ความยาวประมาณ 13 เมตร และมีกระโหลกสั้นกว่าไดโนยักษ์นักล่าชนิดอื่น แต่มันมีอาวุธสังหารที่เป็นฟันของมันมีขนาดใหญ่ มีใบเลื่อยที่ใหญ่คม และมีความหนาที่สุดในบรรดาฟันไดโนเสาร์ประเภท Tyrannosaur ฟันอันน่าเกรงขามนี้อยู่คู่กับขากรรไกรที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก สามารถใช้ทั้งฉีกเนื้อและบดขยี้กระดูกชิ้นโตๆ ได้อย่างสบาย นักบรรพชีวินวิทยาจึงมองว่ามันสามารฆ่าและกินไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างสบายฟอสซิล T-Rex ที่โด่งดังที่สุดคือ T-Rex Sue ที่อยู่ที่ Chicago Fields Museum (ซึ่งเป็นกระดูกไดโนเสาร์ที่อยู่ในเรื่อง Night at the Museum) ซึ่ง Sue เป็นไดโนเสาร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นฟอสซิลที่มีราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งถูกขายประมูลไปในราคากว่า 8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ค.ส. 1997 ให้แก่ Field Museum of Natural History ใน Chicago ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากบริษัทใหญ่ๆอย่าง McDonalds และ Walt Disney ซึ่งเหตุการณ์การขาย Sue นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของตลาดการสะสมโครงกระดูกไดโนเสาร์ ที่กระตุ้นให้เศรษฐีและนักสะสมหันมาสนใจและพยายามทุ่มเงินในการได้มาซึ่งไดโนเสาร์มาประดับบารมีใน Collection ของสะสมแปลกเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบที่เกิดกับวงการการค้าขายฟอสซิลที่ยังมีอยู่ในตลาดทุกวันนี้ ตั้งแต่การลักลอบขุดฟอสซิลโดยวงการตลาดมืด รวมไปถึงการที่ทุกวันนี้ฟอสซิลไดโนเสาร์สำคัญๆที่สมบูรณ์นั้นมักตกไปอยู่ใน Private Collection ของเศรษฐีมากกว่าที่จะตกเป็นสมบัติของประชาชนใน Public Museum เนื่องจาก Museum และภาครัฐนั้นไม่มีทุนที่จะสามารถแข่งขันในการประมูลสู้กับนักสะสมได้ ประเด็นเหตุการณ์เหล่านี้มักถูกมองว่ามีต้นเหตุมาจากการขายครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นของ Sue ที่ทำให้คนหลายคนตระหนักได้ว่า ฟอสซิลไดโนเสาร์นั้นคือแหล่งเงินชั้นเยี่ยมดีๆอย่างนึงนี่เองฟอสซิล T-Rex ที่โด่งดังที่สุดคือ T-Rex Sue ที่อยู่ที่ Chicago Fields Museum (ซึ่งเป็นกระดูกไดโนเสาร์ที่อยู่ในเรื่อง Night at the Museum) ซึ่ง Sue เป็นไดโนเสาร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นฟอสซิลที่มีราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งถูกขายประมูลไปในราคากว่า 8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ค.ส. 1997 ให้แก่ Field Museum of Natural History ใน Chicago ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากบริษัทใหญ่ๆอย่าง McDonalds และ Walt Disney ซึ่งเหตุการณ์การขาย Sue นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของตลาดการสะสมโครงกระดูกไดโนเสาร์ ที่กระตุ้นให้เศรษฐีและนักสะสมหันมาสนใจและพยายามทุ่มเงินในการได้มาซึ่งไดโนเสาร์มาประดับบารมีใน Collection ของสะสมแปลกเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบที่เกิดกับวงการการค้าขายฟอสซิลที่ยังมีอยู่ในตลาดทุกวันนี้ ตั้งแต่การลักลอบขุดฟอสซิลโดยวงการตลาดมืด รวมไปถึงการที่ทุกวันนี้ฟอสซิลไดโนเสาร์สำคัญๆที่สมบูรณ์นั้นมักตกไปอยู่ใน Private Collection ของเศรษฐีมากกว่าที่จะตกเป็นสมบัติของประชาชนใน Public Museum เนื่องจาก Museum และภาครัฐนั้นไม่มีทุนที่จะสามารถแข่งขันในการประมูลสู้กับนักสะสมได้ ประเด็นเหตุการณ์เหล่านี้มักถูกมองว่ามีต้นเหตุมาจากการขายครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนั้นของ Sue ที่ทำให้คนหลายคนตระหนักได้ว่า ฟอสซิลไดโนเสาร์นั้นคือแหล่งเงินชั้นเยี่ยมดีๆอย่างนึงนี่เองหรือไม่ว่า T-Rex ที่เราเห็นเป็นภาพจำจากในหนังเรื่อง Jurassic Park นั้นมีลักษณะและรายละเอียดที่แตกต่างจากความเป็นจริงที่นักบรรพชีวินวิทยาค้นพบโดยสิ้นเชิง ใครที่อยากรู้ลองอ่านได้จากบทความ 6 สิ่ง ที่หนังเรื่อง Jurassic Park มั่วนิ่ม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น